2007/Aug/02

พลิกฝ่าเท้าขึ้นมาโอ้มีไฝที่เท้าจริงๆ เป็นซะสองเม็ดโอ้ นี่ชีวิตชั้นจะไม่หยุด

นิ่งหรืออย่างไร เดือนนี้กรกฎาคม 2550 เดินทางตลอดทั้งเดือนเลยก็ว่าได้

เริ่มต้นจากไปอุบลฯอีกอาทิตย์ได้รับคำสั่ง ไปมหาสารคาม ไปอยู่สารคามซะ

เกือบอาทิตย์เลย จากจังหวัดที่ไม่เคยคิดว่าจะไปทำไม

ชีวิตก็ไม่หยุดนิ่งเสียจริง...

น้องโทรมาบอก จะแต่งงานพี่ มาให้ได้นะ เอ้า จองตั๋วบินกลับบ้านนอก

นครศรีธรรมราชอีก พลิกปฏิทินไปมา เฮ้ยนี่มันหยุดสี่วันปลายเดือนนี่นา

ลาสิครับพี่น้อง จะอยู่ทำไมบางกอก เมืองหมอกควัน

ลาเพิ่มไปหนึ่งวันที่ข้าราชการ

เขาปิดกัน บอสบอก "ชั้นไม่ให้แกหยุด แต่ให้แกลาได้"

โอ้ฟังดูดี แต่จริงๆแล้วต้องมาทำงานชดเชย (จะดีหรือจะดี)

ไม่คิดแล้ว คิดว่ากรูจะหยุด เพราะจองรีสอร์ตริมคลองไว้

แล้วอย่างไรกรูก็จะไปปปปปปปปปป คุยพี่เอ๋ไว้แล้วด้วย

พี่ไปอัมพวากัน หาแผนที่ จองบ้านได้แบกเป้ไปกัน

นัดหมายตอนเก้าโมงเช้า ได้ยินเสียงโทรศัพท์ตอนแปดโมง

เอ็มมาเลย โอ้ยังไม่ตื่นแต่เพื่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศสยาม

อาบน้ำสองขัน คว้าเป้

มาเลยครับ ดันลืมไอ้แผนที่ไว้ที่บ้านอีก เอาว่ะ ไปถามทางเอาข้างหน้า......

สองปีที่แล้ว เคยมาที่นี่ "สถานีรถไฟแม่กลอง" มันมีตลาดสองข้างทาง

รถไฟ ชื่อว่า"ตลาดหุบร่ม" เช้าที่ไปถึงโอ้ ตากล้องเต็มสถานีไปหมด

ทักทายตามประสาเพื่อนร่วมโลก ก็รู้ว่าเขามาหัดถ่ายรูปกัน ดีจัง กิจกรรมนี้

เราก็คว้ากล้องป๊อกแป๊ก กดนู้นนี่ไปเรื่อย

พี่เอ๋ก็คว้ากล้องอย่างมืออาชีพ ร่วมสนับสนุนน้องเต็มที่

กล้องเรามันป๊อกแป๊กมาก มีความทรงจำสั้น

เลยต้องขอถ่ายโอนลงไอ้เครื่องบันทึกความจำของพี่เอ๋ เต็มแล้วเอามา

ลงนี่นะเอ็ม โอ้ ช่างหนับหนุนน้องจริงๆ 555

แล้วก็โม้ก็ถามนู้นนี่แม่ค้าพ่อค้าใจดีไปเรื่อย

สรุปว่ารถไฟมาตอนห้าโมงเช้าสิบห้านาที

รอไปจะเที่ยงแล้ว "รางหัก"คือคำตอบที่ได้

รับ โอ้ พวกตากล้องเซ็งห่านไปตามๆกัน เราก็ชิวๆไม่เป็นไร

เรื่อยๆ ไม่มาก็กลับที่พัก

ก่อนดีกว่า ตอนลงจากรถตู้เล็งไว้แล้วว่าคิวสองแถวไปรีสอร์ตอยู่ไหน

"ซอยโรงเจ" อ้อใกล้บ้านพี่ พี่น้องใครไม่รู้ในรถตู้รุมบอกพวกเรากันใหญ่

ก็นั่งรถสองแถวมา "เจ็ดบาท" โหไม่แพงแสดงว่าคงไม่ไกล

มาถึงซอยโรงเจจริงๆ แดดเปรี้ยงได้ใจ เดินแบกเป้กันไป

ก็รีบโทรถาม ป้าย "ฐณิชา รีสอร์ต" ที่จะไปก็เด่นสง่า

เชคอินไปด้วยใจฮึกเหิม สวยแจ่ม แต่ทำไมน้ำมันน้อยนักนะ

ได้รับคำตอบคือ น้ำลด

จะมีเต็มคลองตอนเย็นๆ เอาเป้ไปเก็บล้างหน้า แล้วเตรียมออกไปสำรวจ...

(ฐณิชา รีสอร์ตยามเย็น ด้วยกล้องมือถือ)

บรรยากาศรอบๆก็สวยดี บ้านๆชอบ หมาเยอะ แมวไม่รู้ไปไหนหมด

หรือหลบคนก็ไม่รู้ ชอบรูปนี้(The Village)ถ่ายตอนเช้า

เพราะลุกขึ้นมาใส่บาตรพระ ภูมิใจที่ได้ใส่บาตรพระพายเรือ

มาด้วยประทับใจอิๆ

อิ่มบุญก็ตาแดงๆเอามือถือมาถ่ายได้รูปนี้อ่ะ

ชอบมากอากาศเหมือนฝน กำลังจะตก เหงาๆแต่มีแดดส่องอบอุ่น ว้าว วู้

อีกมุมจากสะพานหน้าบ้าน ตอนเช้า

หน้าบ้านที่มาอาศัยหลับ แจ่มเนาะ

แดดส่อง รูปนี้ต้องพยายามเอากล้องมือถืออีกแย้ว สู้แดดอ่ะ

อีกมุมจากสะพานปูนหน้าบ้าน

ย้อนกลับไปตอนกลางคืน บรรยากาศในร้านโปสการ์ดริมคลองตอนสามทุ่ม

คนยังทะลักทะลวงมากๆ ดึกแย้วนะ ทำไมไม่กลับ ไปหลับ ไปนอนกัน

(รวมทั้งกรูด้วย)555

นี่มันตัวอะไรกันนะ หน้าตาเหมือนลิง แต่ดูๆไปไม่ใช่

เข้าใจทำมาหากินดีจริงๆ ขายดีซะด้วยนา ของเขาแจ่มๆ

บ้านหลังนี้ตอนกลางวัน ร้อนมาก แต่กลางคืนสวยแฮะ

ติดสะพานที่คนเยอะยังกะหนอน

เลย แต่ก็คึกคักดี เดินเล่นอยู่แถวนี้ จะรู้ว่าการมีตลาดน้ำมีทั้งดีและเสีย

ดีคือ ผู้คนได้มีอาชีพโดยไม่ต้องเข้าบางกอก

เสียคือ การจัดการท่องเที่ยว ยังไม่ดีพอ ยังมีขยะ

และเสียงเรือที่ดังลั่น นั่งคิดกันเล่นๆกับพี่เอ๋ว่า

ต่อไป หิ่งห้อยที่คนมุ่งไปดูกัน คงหมดเพราะเสียงเรือ

เหมือนนั่งอยู่ริมถนนบางกอกเลย

เรือยนต์ทั้งนั้น บางลำก็ร้องรำทำเพลง กันไปอีก

โอ้นี่หรือเมืองพุทธ!! เรามักจะขาด"จิตสำนึก"

หิ่งห้อยแค่ได้ยินเสียงเรือก็บิน หนีไปหมดแล้ว

แถมยังมีถุงพลาสติกลอยไปมาอีก

มันช่างขัดกับบรรยากาศของที่นี่...

ผู้คนที่นี่ตอนเย็นยังเห็นเด็กๆกระโดดน้ำเล่น ตอนเช้าคนเฒ่า

คนแก่ยังอาบน้ำในคลอง

แล้วถ้าปล่อยไปไว้แบบนี้ จะเป็นอย่างไร?

ไม่อยากให้สิ่งแวดล้อมโดนทำลายก็ต้องรักษากันเนาะ

บ่นๆและลงมือทำไปด้วยเพราะผู้คนที่นี่น่ารัก

สองภาพนี้เป็นบรรยากาศฮา มีดนตรีเปิดหมวก

ไอ้น้องสองคนนี้มาจากไหนไม่รู้ บอกว่าขอร้องเพลงได้มั้ยครับ

โอเคเลย เพลงไรน้อง

"ชึวิตสัมพันธ์" แล้วก็ร้องเลยครับ อินมาก...

"ยามนี้เราจึงมาร้องเพลง ร่วมร้องบรรเลงเสียงเพลงจากใจ

เมืองนั้นมีความศิวิไลซ์และมีป่าไม้ต้นน้ำลำธาร

หมู่นกกา หากินบินว่อนเสือแม่ลูกอ่อนมีนมให้

ลูกกิน คนหากินสัตว์ก็หากิน เราไม่เบียดเบียนกันและกัน...

มีคนมีต้นไม้..มีสัตว์ป่า"

ฟังไป ไม่ซึ้ง แต่ฮาว่ะ มันตั้งใจร้องมาก ได้ยินเสียงกรี๊ดสาวๆลั่นคลองเลย

สองภาพนี้ได้หลังจากตลาดวาย ความวุ่นวายก็หมดไป พวกเราก็พบกับแมว

หมา และจระเข้ สามสี่ตัว เฮ้ยไม่ใช่ตะกวด ตัวควายมาก เท่าจระเข้เลย

มีบ้านหนึ่งเข้าใจเล่นหาตุ๊กตาจระเข้ตัวบึ้มมาวางไว้บนเก้าอี้หน้าบ้าน

เห็นแล้วกรี๊ดและฮาดี

อ้อ ในตลาดมีอยู่ร้านหนึ่งขายหน้ากากผี เล่นเอาหุ่นมัมมี่มาวางหน้าบ้าน

คนผ่านไปมาก็ตกใจกันสิจ้ะ จะเหลือเหรอ

เล่นวางเหมือนศพซะขนาดนั้น ขี้เล่นจริงๆคนแถวนี้

บรรยากาศร้านกาแฟมุมสะพานตอนสามทุ่ม คนยังคึกคักมาก

บรรยากาศร้านกาแฟเก่าตอนเช้าหลังตลาดวาย

ร้านนี้เลยๆจากบริเวณตลาดน้ำอัมพวา

ไปแล้ว เงียบๆแต่ดี ดูน่านั่ง รสชาติกาแฟ โบราณจริงๆ คือหวานไปหน่อย

หลังจากแห้วไป เราก็ยังไม่หมดความพยายามกัน

ไปดักรอรถไฟขากลับกันอีกรอบ

หลังจากที่ถามพ่อค้าแม่ค้าและพี่ประจำสถานีได้ความว่า

จะมาอีกวันนี้ เชคเอ้าท์แล้วตรงดิ่งมาเลย

ปรากฎว่า..รถไฟมันเข้าไปแล้วตะกี้เอง

โอ้การรถไฟตรงเวลาด้วยเนาะ ไม่เป็นไร

รออีกครึ่งชม.มันจะออกมาอีก ก็เตรียมพร้อมกันล่ะครับ

พ่อค้าคนหนึ่งทักว่า พวกตากล้องคาคืนกันเลยเหรอ

เราบอก คนละกลุ่มกันค่ะ

อันนี้หนูมาหัดถ่ายรูปเล่นเฉยๆ อิๆ ดูพวกเขาจะตื่นเต้น

และเป็นมิตรกับเรากันใหญ่

อันนี้ข้ามถนนมาถ่ายพระเอกก่อน รอมาสองวันแย้ว ได้เห็นซะที

เตรียมตัว"หุบร่ม"กันแย้วจ้ะ หาดูยากนะรูปนี้ เล็งซะ

สงสารพวกชมรมถ่ายรูปเมื่อวาน

อ่ะ มากันเป็นกลุ่ม แห้วกันหมดเลย

วู้พระเอกมาแย้ว สองแถวหลบหน่อย จนได้ครับจนได้

จบทริปด้วยความปรีดา ประทับใจผู้คนเมืองนี้มาก

คราวหน้าเบื่อโลกจะมานอนเล่น เย็นๆใจใหม่เน้อ

"หมาใจดื้อ" กรกฎาคม 2550

2007/May/21

ช่วงนี้มีแต่คนรอบตัวโกอินเตอร์มั่กๆ
วันก่อนเพื่อนมาหา มันเพิ่งลาออก บอกจะไปเรียนต่อที่ออสสะเตรเลียๆ 
เออก็ดีใจกับมันด้วย เพราะดูมันมุ่งมั่นจะเป็นนักธุรกิจสาวเสียจริง
มันบอกไปทุนพ่อแม่ก็แพงว่ะแก จ่ายเป็นล้านกว่าจะได้ปริญญาโทของมันมา
ก็เออว่ะ ของงี้ก็ต้องลงทุนแพงหน่อย ถือว่าซื้อความรู้ละกันแก 
-----------------------------------------
ศุกร์ที่ผ่านมาอีก น้องที่เพิ่งลาออกบอกว่า วีซ่าผ่านแล้วพี่
เออก็ดีใจกับมันด้วยอีก มันจะไปลอนดอน(ไม่ใช่เมือง) ประเทศผู้ดิบผู้ดี
เออดีใจเหมือนได้ไปเองเลยกรู 555น้องคนนี้มันก็มีความมุ่งมั่นเป็นพิเศษ
กับการเป็นแม่ครัว อยากไปทำกับข้าวและเรียนไปด้วย
วีซ่ามันผ่านปุ๊บ ก็บอกเราเลย เออดี ลุ้นกับมันมาก อยากให้มันได้ไป
อย่างน้อยที่สุดถึงไม่ได้อะไรกลับมา มันก็ได้บินไปตามหาความฝันของมันว่ะ
ศุกร์ที่ผ่านมาเลยพามันไปเลี้ยงส่ง ที่ร้านแห่งความทรงจำของเรา
"รถเสบียง" ฮาแตก เม้าธ์แตก แดกกันจัง (พูดไม่ละเอียดค่ะ)
มันบอกว่าอีกห้าปีนะพี่ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานเลย 
อีกห้าปี มันจะกลับมาเปิดร้านที่เมืองไทย
และให้เรากินฟรีตลอดชีพ(กรูจะรอนะน้องนะ)555
-----------------------------------------
อ้อ ไปต่อที่ร้าน "อินเลิฟ" แถวเทเวศร์ เออสวยดีวิว เห็นสะพานพระรามแปด
เด่นเป็นสง่า อาหารปากก็งั้นๆแต่อาหารตานี่แจ่ม วิวริมเจ้าพระยา 
แถมเพลงบรรเลงอีก นั่งเม้าธ์กันจนร้านปิด ตี1กว่าๆ 
เราก็นั่งมองหน้าน้องมัน มองหน้าพี่ๆที่มากินด้วยกัน 
เออ ถ้าอีกห้าปีจะเจอมันอีก พวกเราหรือคนอื่นๆคงเปลี่ยน
เราบอกมันว่า...แกอย่าลืมแวะไปเยี่ยมร้านกาแฟเล็กๆที่นครฯนะโว้ย
แล้วอีกสามปีชั้นจะไปชูป้ายที่ลอนดอน
ให้แกมารับไปเที่ยว (ก็ฝันๆกันไป)มันบอกได้เลยพี่ 
พี่อีกคนที่นานๆมาเจอกันที ก็กำลังเรียนภาษาจีนแกต้องไปค้าขายกับคนจีน 
ตอนแรกนึกไม่ออกเลยว่าแกจะมาเป็นพ่อค้าข้ามชาติอย่างนี้
พี่อีกคนก็คงจะแต่งงานไป พี่อีกคนก็อาจจะมีกิจการของตัวเอง
อีกห้าปีจะเป็นอย่างไรว่ะ เราและคนอื่นๆก็ต้องเปลี่ยน
เปลี่ยนไปอย่างที่ฝันหรือไม่คาดฝัน ก็ต้องอยู่กับมันให้ได้
แม้จะเหนื่อยจุกอกก็เหอะ 5 ปีฝันของเราจะเป็นเช่นไร ไม่รู้ว่ะ
แต่เชื่อว่า คงไม่หยุดฝันง่ายๆหรอก 
"อาจไม่จริง ไม่จังเรื่องราวของความฝัน แต่โลกนี้เริ่มต้นที่จุดนั้น"
ไอ้พี่โต บรมโง่ โคดโง่ บอกไว้ในเพลงไง

2007/May/10

......เกิดสงครามพันครั้ง หมาก็ยังสวยงาม.....
กำเนิดในยามที่ทุกคนหลับไหลลล 
แก๊งค์เอียดนุ้ยนามแพนด้าและไมโลชื่อไอ้สองตัวนี้แม่ตั้งให้ 
เพราะมันหน้าตาเหมือนหมี ส่วนไมโลมันมีสีน้ำตาล 
ทั้งคู่เป็นลูกป้าปุย หมาอภิสิทธิ์(ไม่ใช่หัวหน้าพรรค)
ที่สามารถสิงสถิตในบ้านได้ด้วยหน้าตาแสนจะน่ารัก 
ทำให้ทุกคนในบ้านห่อกันหมด 
ตอนแรกกะเอาไปปล่อยวัดหรือแจกข้างบ้าน(55)
นี่ไงโฉมหน้า แพนด้า ตอนแรกเกิด ตัวแดงๆอยู่เลย 
วิวัฒนาการขึ้นมา เป็นหมาสู้กล้อง 
ขี้อ้อนนิดๆ กัวป้านัสสุดๆ แต่บ้าระห่ำชอบเป็นแนวหน้าตะลุย
กัดกับหมาเพื่อนบ้าน 
---------------------------------------
มาดูรูปเอียดนุ้ย สเตอร์ กันอีกตัว นาม ไมโล
อุปนิสัยไมโล ขี้อ้อนโคดๆ ชอบกระโดดนั่งบนตักผู้คน ตีซี้เกินเหตุ 
รู้จังหวะหลบหลีก ป้านัส และก็ชอบขุดๆจนแม่ไม่กล้าปลูกต้นไม้ลงดิน 
กัดรองเท้า จนทุกคนยอมหาที่วางรองเท้าสูงๆ
อ้อเจ้าไมโล เธอยังชอบอาบน้ำ ถ้าจับทุกตัวอาบน้ำละก็
คุณเธอจะได้อาบสองรอบ เพราะอาบเสร็จก็ไม่ยอมไปไหน 
ยืนยิ้มนิ่งๆ แล้วก็วนมาให้อาบใหม่ เอากะเธอสิ 
-----------------------------------
ที่นี่มาดูแก๊งอะจึ๋ยเจ้าถิ่นเก่ากันนนน ประกอบด้วย...
โบนัส ฉายาใหม่คือ ไอ้วัวแดงงงง รูปนี้สรีระยังงดงามสวยสุดแต่ล่าสุด 
อ้วนเป็นลูกวัวแดง จนได้ชื่อใหม่ว่า "ชาคริต"
เพราะหน้าเหมือนวัว แต่โบนัสหรือป้านัสของแก๊งเอียดนุ้ยก็เป็นผู้พิทักษ์นะจ้ะ 
เจ้างูไม่ว่าจะพิษแรงขนาดไหนก็โดนกัดไม่เลี้ยงมาแล้วเป็นสิบๆตัว 
ล่าสุดจัดการงูเห่าไปได้อีกหนึ่ง 
กัดแล้วไม่แยแสปล่อยให้พวกเอียดนุ้ยโชว์พาวเห่าจนปากแห้ง 
ก็อุ่นใจไปได้เวลางูเข้าบ้านนี่แหละ 
กัดระวังๆอย่าโดนต่อมพิษงูละกันนะวัวนะ 
อ้อคุณวัวเธอยังมีปานดำที่ลิ้น เอไม่รู้จะทำให้เธอกัดงูเก่ง 
หรืออาจจะเป็นหมาผู้ดีตกยากอย่างในนิยายก็ได้นะ เหอๆ
---------------------------------
รถถัง (น้องโบนัส กำเนิดจาก แม่โบจัง หมาจอมดุจากบ้านน้า 
ที่บ้านเราขอมาเลี้ยงตั้งแต่เด็กๆ)
ถังน้อยคุณหมาแม่พระแห่งมหานครนี้ 
ด้วยบุคคลิกเป็นกันชนสมชื่อ 
ในบ้านคุณแก๊งค์ทุกตัวจะกลัวป้านัสสเป็นชีวิตจิตใจ
โดยเฉพาะพวกเอียดนุ้ยทั้งปวง ที่โดนขู่และก็โดนกัดเป็นหย่อมๆ
แต่ก็โดนช่วยเหลือด้วยหัวหน้าแก๊งค์ฝ่ายบุ้นอย่างรถถังนี่แหละ ที่คอยกัน 
เวลาโบนัสขู่เด็กๆ ป้าถังก็จะคอยให้ความช่วยเหลือ 
ป้าถังยังชอบอาบน้ำเป็นชีวิตจิตใจ 
วันไหนแม่รดน้ำต้นไม้ก็จะมาคอยยืนใกล้ๆให้ฉีดน้ำใส่ตัวให้ด้วย 
อ่างปลาหน้าบ้านคุณเธอก็โดนเล่นตูมตาม 
ยามเบื่อโลกคุณเธอก็จะข้ามฟากไปเที่ยวเล่นอีกซีกถนน 
แต่รอบคอบนะค่ะ คอยดูซ้ายทีขวาทีก่อนข้ามถนน 
เรียกว่าเป็นหมาในบ้านตัวเดียวที่มีโลกกว้างเพราะกล้าข้ามฟากนี่แหละ 
ก็อดห่วงเธอไม่ได้นะ 
------------------------------------
ไอ้ตัวเล็ก ฉายาเยอะมากจริงๆ(เรียกมั่วๆตลอดเพราะมันไม่เคยหัน) 
คิดว่าความจำมันสั้น แต่ไม่ใช่สิ มันเป็นหมาความจำเสื่อม 
ยิ่งกว่าปลาทอง ด้วยความที่โดนเก็บมาเลี้ยงจากข้างถนนขี้เรื่อน 
ผอมโซ แถมเลี้ยงๆไปก๋ากั๋นแสนซน 
วิ่งหลุดรั้วบ้านออกไปโดนรถชนเลือดออกทางจมูก 
พี่อุ้มกลับบ้านบอกว่า ไม่น่าจะรอดแน่ๆ 
แต่คุณเธอก็รอดแฮะไหลลื่นมาได้จนโต ก็เลยความจำหายไปเลย 
ใครแปลกหน้าหรือไม่แปลก ใบไม้ไหว ลมพัด เธอเป็นเห่า 
วันไหนพ่อใส่เสื้อใหม่เธอก็เห่า อ้อความสามารถอีกอย่างคือ 
รอดประตูรั้วออกจากบ้านได้พลิ้ว เอวเธอกิ่วมากๆ 
ทุกตัวหากปิดประตูก็ทำตาละห้อย ออกไปไหนไม่ได้ 
ยกเว้นเจ้าตัวนี่แหละ รอดผ่านประตูเหล็กมาได้ไงหว่าไหลลื่นพลิ้วจริงๆ 
แต่มันก็ดีอย่างที่ไม่วิ่งออกไปบนถนน 
ก็คงจะจำเรื่องกลัวรถฝังใจเรื่องเดียวนี่แหละ น่าสงสารมันจริงๆ 
อ้อคุณเธอยังชอบกระโดดดีใจจนเว่อร์หลังอาบน้ำเสร็จ ไม่รู้ทำไม 
ประมาณเหมือนวิญญาณผีเด็กเข้าสิง ตลกดี
-------------------------------
ป้าปุย แม่ของพวกเอียดนุ้ย รักนวลสงวนตัวมาจนได้ลูกขณะวัยทอง 
ด้วยนิสัยขี้กลัวเกินเหตุ 
ทำให้ยากลำบากต่อการจับป้าปุยฉีดยาคุมหรือยาอื่นๆ 
แถมยังไม่ชอบอาบน้ำอีก ชอบทำตัวสั่นๆเวลาอาบ 
และก็เป็นคู่อริกับป้านัสมากๆ ทำให้ต้องแบ่งแยกดินแดนกันอยู่บ่อยๆ 
ถิ่นพำนักของเธอจึงเป็นหมาอภิสิทธิ์ที่อาศัยอยู่ในครัวได้ตัวเดียว 
อาณาจักรเธอคือเป็น มาเฟียประจำครัว ของโปรดคือ ไก่ทอด 
หนมกุบๆและการเกาพุง 
จบดื้อๆดีกว่า ไว้ว่างๆจะมานินทาหมาใหม่ 
เฮ้อเหนื่อยกับการอัพไอ้บ๊อกนี้มาก ฟอร์ตมันเด้งๆตลอด